การจัดการสิ่งแวดล้อมภายในวัดเป็นจุดเริ่มต้นที่ดีในการดูแลสุขภาพอนามัย ทั้งทางกายและจิตใจ โดยมุ่งเน้นการจัดการ การดูแล และการปรับปรุงสภาวะต่างๆ ควบคู่กับการให้ความสำคัญกับการมีส่วนร่วมของทุกฝ่าย โดยมีวัดและพระสงฆ์เป็นผู้นำในเรื่องการจัดการสิ่งแวดล้อม และการเผยแพร่ความรู้ด้านการอนุรักษ์ฟื้นฟูทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม
แนวทางการจัดการสิ่งแวดล้อมภายในวัดมีเป้าหมายเพื่อให้วัดและชุมชน มีความสะอาด ร่มรื่น สวยงาม เป็น รมณียสถาน เหมาะสมกับการเรียนรู้และการปฏิบัติธรรม โดยมุ่งเน้นให้พระภิกษุสงฆ์และพุทธศาสนิกชนได้ปฏิบัติดูแลรักษาความสะอาด การปลูกต้นไม้ การคัดแยกขยะ การบำบัดน้ำเสีย และการดูแลสุขอนามัยภายในวัด ตามหลักนิเวศวิทยาเชิงพุทธ
กรมส่งเสริมคุณภาพสิ่งแวดล้อม กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ได้กำหนดแนวทางการจัดการสิ่งแวดล้อมภายในวัดไว้ โดยมีสิ่งแวดล้อมที่เกี่ยวข้องจำนวน ๙ ประเด็น ดังนี้
๑. การจัดการพื้นที่สีเขียวภายในวัด
พื้นที่สีเขียว (Green Space) หมายถึง พื้นที่กลางแจ้งและกึ่งกลางแจ้งที่มีขอบเขตที่ดินทั้งหมดหรือบางส่วน เป็นพื้นที่สาธารณะที่ประชาชนสามารถเข้าไปใช้ประโยชน์ได้ ประกอบด้วยพื้นที่สีเขียวเพื่อนันทนาการและความงามทางภูมิทัศน์ ซึ่งตั้งอยู่ภายในวัดหรือบริเวณรอบวัด แนวทางดำเนินการดังนี้
- ปลูกต้นไม้เพื่อความสวยงาม — ดูแลรักษาต้นไม้และพื้นที่สีเขียวอยู่เป็นประจำ เพื่อสร้างความร่มรื่นและสวยงาม เช่น การปลูกไม้ยืนต้น ไม้พุ่ม ไม้ดอก ไม้ประดับ และไม้กระถาง บริเวณลานจอดรถ พื้นที่รกร้าง สองข้างทางเดินเท้า และริมถนน ควรเป็นชนิดพันธุ์เดียวกัน เพื่อความสม่ำเสมอและจัดการได้ง่าย
- ปลูกต้นไม้ในพระพุทธศาสนา — หรือต้นไม้ตามที่ปรากฏในคัมภีร์ทางพระพุทธศาสนา โดยมีป้ายชื่อชนิดต้นไม้และความสำคัญทางพุทธศาสนา พร้อมการดูแลบำรุงรักษาอย่างสม่ำเสมอ
- อนุรักษ์ต้นไม้ใหญ่ (อายุ ๓๐ ปีขึ้นไป) — ตามแนวคิด "การไม่ทำลายป่าและต้นไม้ในทุกมิติ" ด้วยวิธีการที่เหมาะสม เช่น การบวชต้นไม้ การขึ้นทะเบียนต้นไม้
- ปลูกพืชสมุนไพรและผักพื้นบ้าน — ใช้วัดเป็นแหล่งเรียนรู้ในการส่งเสริมการขยายพันธุ์ผักพื้นบ้านที่หายาก และส่งเสริมสุขภาพของชุมชน
๒. การจัดการอาคารและสถานที่
การสุขาภิบาลอาคารและสถานที่ หมายถึง การจัดการ ควบคุมดูแลอาคารและสถานที่ให้สะอาดถูกสุขลักษณะ เพื่อให้วัดมีสุขาภิบาลที่ดี มีความปลอดภัย และไม่เป็นแหล่งกำเนิดโรคระบาด
- กำหนดแผนผังการใช้พื้นที่ — แบ่งเขตเป็นสัดส่วนชัดเจน คือ เขตพุทธาวาส เขตสังฆาวาส และเขตธรณีสงฆ์ เพื่อความเป็นระเบียบเรียบร้อย สวยงาม
- รักษาความสะอาดและความเป็นระเบียบ — โดยเริ่มจากบริเวณรอบวัด ศาลาการเปรียญ อุโบสถ กุฏิ ครัว ห้องน้ำ โดยใช้หลัก ๕ส มาประยุกต์ใช้ในการดำเนินการ
- ดูแลบริเวณห้องครัว — ให้มีความสะอาด มีระบบการจัดเก็บที่ปลอดภัย และมีแสงสว่างที่เหมาะสม
- จัดการร้านค้า/สังฆทาน — ดูแลความสะอาด มีถังขยะรองรับอย่างเพียงพอ มีฝาปิด และคัดแยกขยะที่เหมาะสม
- ห้องน้ำ ห้องสุขาสาธารณะ — จัดการให้ได้มาตรฐาน เน้น สะอาด เพียงพอ และปลอดภัย ครอบคลุมพื้น ผนัง เพดาน โถส้วม ที่กดโถส้วม น้ำใช้ และไม่เป็นแหล่งเพาะพันธุ์ยุง
๓. การจัดการขยะมูลฝอยและพวงหรีด
การจัดการขยะภายในวัดและขยะจากการใช้พวงหรีด เมื่อเสร็จงานศพแล้วจะมีขยะ จำนวนมากที่วัดต้องกำจัด ดังนั้น วัดควรมีแนวทางจัดการ และรณรงค์ให้ใช้พวงหรีดที่สามารถก่อให้เกิดประโยชน์หลังเสร็จงาน
- ลดขยะให้เหลือน้อยที่สุด เพื่อสะดวกต่อการบริหารจัดการ
- รณรงค์ลดปริมาณขยะ หรือหันมาใช้บรรจุภัณฑ์ ที่ย่อยสลายได้ง่าย
- คัดแยกขยะตามประเภท ได้แก่ ขยะทั่วไป ขยะรีไซเคิล ขยะอินทรีย์ เศษใบไม้ และขยะอันตราย รวมถึงการกำจัดอย่างถูกต้อง ขยะรีไซเคิลสามารถนำไปขายเพื่อสร้างรายได้
- ใช้พวงหรีดที่นำไปใช้ประโยชน์ต่อได้ เช่น พวงหรีดต้นไม้ พวงหรีดจากเครื่องครัว ผ้าห่ม เครื่องใช้ไฟฟ้า สำหรับพวงหรีดดอกไม้สดสามารถนำไปทำปุ๋ยหมัก ส่วนโครงฟางสามารถนำกลับมาใช้ใหม่
๔. การจัดการน้ำเสีย
ปัญหาน้ำเสียภายในวัดส่วนใหญ่เกิดจากการซักล้างทำความสะอาด การประกอบอาหาร และสิ่งขับถ่าย ซึ่งมีการปนเปื้อนของสารอินทรีย์ และอาจมีเชื้อโรคแพร่กระจาย ดังนั้น น้ำเสียควรผ่านการบำบัด ก่อนปล่อยออกสู่สิ่งแวดล้อม
- จัดการเศษอาหารและกากไขมัน — สำรวจปริมาณน้ำเสียเพื่อหาขนาดถังดักไขมันที่เหมาะสม ลดการใช้น้ำมัน เทเศษอาหารออกก่อนล้าง ไม่เทน้ำมันใช้แล้วลงน้ำทิ้งหรือท่อระบาย
- จัดการน้ำเสียจากส้วม — ให้น้ำเสียไหลผ่าน ถังเกรอะ ที่มีลักษณะเป็นบ่อปิด น้ำซึมไม่ได้ พร้อมการดูแลอย่างต่อเนื่อง
- จัดการน้ำเสียจากกิจกรรมอื่นๆ — ติดตั้งถังบำบัดน้ำเสียสำเร็จรูป ใช้หลัก "จุลินทรีย์กำจัดจุลินทรีย์" ก่อนปล่อยลงสู่ท่อระบายน้ำสาธารณะ
๕. การจัดการเตาเผาศพ (เมรุ)
เมรุเผาศพเป็นแหล่งก่อมลพิษทางอากาศ เช่น ฝุ่นละออง ก๊าซคาร์บอนมอนนอกไซด์ ก๊าซซัลเฟอร์ไดออกไซด์ เขม่าและขี้เถ้า หากมีการนำวัสดุประเภทพลาสติก ใยสังเคราะห์ พวงหรีด กระดาษเงินกระดาษทอง ใส่รวมลงไปในการเผา จะก่อให้เกิดสาร "ไดออกซิน/ฟิวแรนส์" (Dioxins / Furans) ซึ่งสะสมในร่างกายอาจก่อให้เกิดโรคมะเร็งและอื่นๆ
- หลีกเลี่ยงวัสดุพลาสติก — ไม่ใส่วัสดุประเภทพลาสติกลงไปในโลงศพ เพื่อก่อให้เกิดมลพิษน้อยที่สุด
- ใช้เตาเผาแบบ ๒ ห้องเผา หรือเตาเผาไร้มลพิษ — โดยมีห้องเผาศพและห้องเผาควันแยกกัน ใช้น้ำมันดีเซลหรือก๊าซ LPG เป็นเชื้อเพลิง ผนังบุด้วยอิฐทนไฟ
- กำหนดให้สัปเหร่อ เดินระบบการเผาไหม้ตามเกณฑ์ที่เหมาะสม และคอยตรวจระบบการเผาไหม้อยู่เสมอ
- ดูแลรักษาเตาเผาอย่างสม่ำเสมอ เช่น ซ่อมบำรุงปีละ ๒ ครั้ง รวมทั้งความสะอาดบริเวณเตาเผาศพอย่างต่อเนื่อง
๖. การป้องกันเพลิงไหม้
วัดควรจัดทำวิธีการป้องกันและแผนระงับเหตุฉุกเฉิน พร้อมตรวจสอบวัสดุและอุปกรณ์ต่างๆ ในวัด เช่น สายไฟและอุปกรณ์ ให้อยู่ในสภาพดี เพื่อเตรียมรับกรณีฉุกเฉินที่อาจเกิดขึ้น
- สำรวจสายไฟและอุปกรณ์ — ให้อยู่ในสภาพดี ไม่ชำรุด หรือเสี่ยงต่อการเกิดไฟฟ้าลัดวงจร
- จัดหาเครื่องมือและอุปกรณ์ ให้เพียงพอและพร้อมใช้งาน ได้แก่ สัญญาณเตือนภัย ถังดับเพลิง (Fire Extinguishers) ติดตั้งตามจุดเสี่ยง เช่น ครัว กุฏิ ศาลาการเปรียญ
- จัดเตรียมหมายเลขโทรศัพท์ หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เช่น สถานีดับเพลิง สถานีตำรวจ สำนักงานไฟฟ้า
๗. การลดมลพิษจากควันธูป
ผลการวิจัยของสถาบันวิจัยจุฬาภรณ์ พบสารก่อมะเร็งในควันธูป ๓ ชนิด คือ เบนซิน บิวทาไดอีน และเบนโซเอโพรีม เนื่องจากส่วนประกอบของควันธูปมาจากกาว ขี้เลื่อย น้ำมันหอม และสารเคมีในอุตสาหกรรมน้ำหอม ธูป ๑ ดอก ปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ ๓๒๕ กรัม และก๊าซมีเทน ๗ กรัม ซึ่งมีศักยภาพเท่ากับการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ถึง ๒๓ เท่า เพื่อสุขภาพของพระสงฆ์และผู้เข้าวัด ควรมีมาตรการดังนี้
- ลดจำนวนกระถางธูป ตามความเหมาะสมเหลือเพียงจุดสำคัญ
- ตั้งกระถางธูปไว้นอกอาคาร หากจุดธูปในอาคาร ควรติดตั้งพัดลมระบายเพื่อดึงควันธูปออกสู่ภายนอก
- รณรงค์ลดมลพิษจากควันธูป ในงานบุญประเพณี
๘. การส่งเสริมให้วัดเป็นเขตปลอดอบายมุข บุหรี่ เครื่องดื่มแอลกอฮอล์
วัดและชุมชนควรรณรงค์ส่งเสริมให้วัดเป็นเขตปลอดอบายมุข บุหรี่ เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ และยาเสพติด เพื่อให้สอดคล้องกับ พระราชบัญญัติควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ พ.ศ. ๒๕๕๑ ซึ่งห้ามขายและบริโภคเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ในวัด โดยมีบทลงโทษจำคุกไม่เกินหกเดือนหรือปรับไม่เกินหนึ่งหมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
- ไม่จำหน่าย ถวาย เลี้ยง ดื่ม เสพ บุหรี่ ยาเสพติด เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ในเขตพื้นที่วัด
- ประชาสัมพันธ์ ให้แก่พุทธศาสนิกชน โดยมีป้ายรณรงค์ห้ามในเรื่องเหล้า บุหรี่ ยาเสพติด การพนัน
- อบรม เทศน์ สอน หรือฝึกปฏิบัติธรรม ในเรื่องอบายมุขและสิ่งเสพติด
- จัดกิจกรรมเชิงสร้างสรรค์ เช่น การศพปลอดอบายมุข
๙. การส่งเสริมการมีส่วนร่วมในการจัดการสิ่งแวดล้อมและภัยพิบัติ
ปัญหาสิ่งแวดล้อมเกิดจากการเพิ่มของประชากร (Population Growth) การขยายตัวทางเศรษฐกิจ และความก้าวหน้าทางเทคโนโลยี ทำให้มีการบริโภคทรัพยากรเกินความจำเป็น การให้ความรู้เรื่องทรัพยากรธรรมชาติ สิ่งแวดล้อม และภัยพิบัติ แก่พุทธศาสนิกชนจึงเป็นเรื่องสำคัญ
การให้ประชาชนเข้ามามีส่วนร่วมในการจัดการสิ่งแวดล้อมเป็นกระบวนการ ที่ทำให้คนในชุมชนร่วมมือร่วมใจ นำไปสู่การพัฒนาที่สมดุลและยั่งยืน โดยใช้แนวทาง "บวร" (บ้าน วัด โรงเรียน) ดำเนินการดังนี้
- ให้ความรู้ด้านการจัดการทรัพยากรธรรมชาติ สิ่งแวดล้อม หรือภัยพิบัติ ผ่านสื่อประชาสัมพันธ์ บอร์ด เว็บไซต์ เสียงตามสาย หรือการเทศนาในวันสำคัญ
- ร่วมกันวิเคราะห์ปัญหาสิ่งแวดล้อมในวัด และจัดอันดับความสำคัญ
- ร่วมกันกำหนดวัตถุประสงค์ เป้าหมาย ตามปัญหาที่เกิดขึ้น
- ร่วมกันกำหนดมาตรการ แนวทาง และผู้รับผิดชอบ
- กำหนดระยะเวลาดำเนินการและวิธีการติดตามประเมินผล
- ร่วมกันดำเนินการตามแผนที่วางไว้
- ร่วมกันติดตามผลและปรับปรุง/พัฒนาหากผลไม่เป็นไปตามเป้าหมาย
แนวทางการพัฒนาวัดเพื่อเป็นศูนย์กลางของชุมชน
วัดเป็นสถานที่ประกอบกิจกรรมทางศาสนาและศูนย์รวมจิตใจของชาวพุทธ อีกทั้งเป็นศูนย์กลางพัฒนาที่จะก่อให้เกิดความเข้มแข็งของชุมชนอย่างยั่งยืน
- สร้างความสัมพันธ์ระหว่างวัดกับชุมชน — โดยมีกิจกรรมร่วมกับชาวบ้าน พร้อมให้บริการแก่ชาวบ้าน เพื่อให้ชุมชนรู้สึกว่าวัดเป็นส่วนหนึ่งของชุมชน และเป็นหน้าที่ของตนในการช่วยกันดูแลรักษา
- เป็นศูนย์กลางพัฒนาชุมชนด้านสังคม ประเพณี และวัฒนธรรม — เช่น ศูนย์พัฒนาชุมชน ชมรมผู้สูงอายุ ที่ประชุมประชาคม ศูนย์กลางวัฒนธรรมท้องถิ่น
- สร้างความเป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน — ใช้วัดเป็นศูนย์กลางในการจัดกิจกรรมด้านสิ่งแวดล้อม ร่วมกับชุมชน โรงเรียน และหน่วยงานท้องถิ่น เช่น กิจกรรมรณรงค์อนุรักษ์ฟื้นฟูแม่น้ำคูคลอง การปลูกต้นไม้ การจัดการขยะ การทำฝายชะลอน้ำ เป็นต้น